:: คติสอนใจและคำคมจากวัดสยามินทร์มังคลาราม >> โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า คนมีธรรมะในจิตใจย่อมระงับความโกรธและความโมโหไว้ได้ | วันนี้คุณได้ทำความดีแล้วหรือยัง ? ถ้ายัง...ฝึกทำความดีวันละหนึ่งเรื่อง ในหนึ่งปี คุณจะทำความดีได้สามร้อยกว่าเรื่อง ! | ความสุขที่เกิดจากการสนองตอบกิเลสตัณหา เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน...ความสุขที่ยั่งยืนคือ ความสุขที่เกิดจากการที่ เราสามารถ ระงับกิเลสจากความอยากได้อยากมี ที่ไม่จำเป็น ต่อการดำรงชีพ ... ::
Bookmark and Share Add to Favorites  
ข้อมูลเพิ่มเติม

วันอาสาฬหบูชา

 วันอาสาฬหบูชา  คือ การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ หรือเดือน  เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรกโดยแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักรกัปปวัตนสูตรเป็นผลให้เกิดมีพระสาวกรูปแรกขึ้นในพระพุทธศาสนาจนถือได้ว่าเป็นวันแรกที่มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ครบองค์พระรัตนตรัย

         พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา (เทศนาเป็นครั้งแรก) เนื้อหาว่าด้วยทางสายกลาง (มัชฌิมา-ปฏิปทาที่นำไปสู่การบรรลุมรรคผลนิพพาน อัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้วทูลขอ บวชเป็นพระสาวกรูปแรกที่เป็นประจักษ์พยานในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

         สำหรับประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในบรรดาหลายๆประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาที่ประกาศให้มีวันอาสาฬหบูชา และถือปฏิบัติมาจนกระทั่ง ถึงปัจจุบัน

        ส่วนที่เกี่ยวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน  และได้ประทับอยู่  บริเวณที่ตรัสรู้นั้นตลอด  สัปดาห์พระองค์ทรงใคร่ครวญถึงผู้ที่พระองค์จะแสดงธรรมโปรดอันดับแรก ทรงระลึกถึง อาฬารดาบสและอุททกดาบส ผู้เคยสอนความรู้ชั้นฌานให้แก่พระองค์มา แต่ท่านทั้ง  ก็สิ้นชีพไปก่อนแล้ว จึงทรงระลึก ถึงปัญจวัคคีย์ คือ โกณฑัญญะ วัปปะภัททิยะ มหานามะและอัสสชิ ผู้ที่เคยมีอุปการคุณแก่พระองค์ ทรงทราบด้วยพระญาณว่า ฤาษีทั้ง ๕นั้น มีอุปนิสัยแก่กล้าสามารถบรรลุธรรมได้ จึงเสด็จออกจากต้นศรีมหาโพธิ์  ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เดินทางไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวันเมืองพาราณสี แคว้นกาสี เสด็จไปถึงเย็นวันขึ้น ๑๔ค่ำ เดือนอาสาฬหะ รุ่งขึ้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ พระองค์จึงทรงแสดงธัมมจักรกัปปวัตนสูตรอันเป็นพระธรรม-เทศนากัณฑ์แรกโปรดปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั้นเอง สรุปความได้ว่า บรรพชิต(นักบวชไม่ควรประพฤติสิ่งที่สุดโต่ง  ส่วนคือ การหมกมุ่นมัวเมาอยู่ในกามสุข (กามสุขัลลิกานุโยคและ .การทรมานตัวเองให้ลำบาก (อัตตกิลมถานุโยคควรดำเนินตามทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทาคือ

         มีความเห็นชอบ (สัมมาทิฐิ)

        มีความดำริชอบ (สัมมาสังกัปปะ)

        เจรจาชอบ (สัมมาวาจา)

         ทำการงานชอบ (สัมมากัมมันตะ)

         เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ)

         เพียรชอบ (สัมมาวายามะ)

         ระลึกชอบ (สัมมาสติ)

        และตั้งมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ)

        ต่อจากนั้นจึงทรงแสดงอริยสัจ  คือ หลักความจริงของชีวิตที่สำคัญซึ่งจะเป็นเหตุทำให้หมดกิเลสอันได้แก่ ทุกข์ (ความเกิด ความแก่ และความตาย