:: คติสอนใจและคำคมจากวัดสยามินทร์มังคลาราม >> โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า คนมีธรรมะในจิตใจย่อมระงับความโกรธและความโมโหไว้ได้ | วันนี้คุณได้ทำความดีแล้วหรือยัง ? ถ้ายัง...ฝึกทำความดีวันละหนึ่งเรื่อง ในหนึ่งปี คุณจะทำความดีได้สามร้อยกว่าเรื่อง ! | ความสุขที่เกิดจากการสนองตอบกิเลสตัณหา เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน...ความสุขที่ยั่งยืนคือ ความสุขที่เกิดจากการที่ เราสามารถ ระงับกิเลสจากความอยากได้อยากมี ที่ไม่จำเป็น ต่อการดำรงชีพ ... ::
Bookmark and Share Add to Favorites  
ข้อมูลเพิ่มเติม

..เกิดเป็น เปรต เพราะปากเสีย...


สังคมปัจจุบันมีการใส่ร้ายป้ายสีกันมาก

ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนของประชาชนก็ตาม

จนทำให้สังคมเกิดความสับสันว่าอะไรคือความจริง ความเท็จ

รวมทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มักพูดคำหยาบ

คำส่อเสียด คำเพ้อเจ้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดศีล

เพราะฉะนั้นทุกคนจึงต้องระมัดระวังคำพูดให้มาก

ผู้ไม่สำรวมระวังในการพูด ตายแล้วจะไปเกิดเป็นเปรต

ดังตัวอย่างในครั้งพุทธกาล เรื่องมีอยู่ว่า...

 

ภิกษุประมาณ ๑๒ รูป หลังจากเรียนกรรมฐานกับพระพุทธเจ้าแล้ว

ก็เดินทางไปแสวงหาสถานที่ที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม

ตอนช่วงใกล้จะเข้าพรรษา ได้พากันเดินทางไปถึงป่าแห่งหนึ่ง

ซึ่งน่ารื่นรมย์ และอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าใดนัก

จึงพากันปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ในป่านั้นหนึ่งคืน

รุ่งเช้าก็ออกไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน

 

ช่างหูก ๑๑ คน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้น

เมื่อเห็นพระมาบิณฑบาตในหมู่บ้าน ก็เกิดความปีติยินดี

จึงนิมนต์เข้ามาที่บ้าน แล้วถวายภัตตาหารอันประณีต

และเรียนถามว่า พระคุณเจ้าจะไปที่ไหน

เมื่อบรรดาภิกษุบอกว่ากำลังแสวงหาที่เหมาะๆ สำหรับการปฏิบัติธรรม

พวกช่างหูกจึงได้นิมนต์ภิกษุทั้งหลายให้อยู่จำพรรษาในหมู่บ้าน

และพากันสร้างกระท่อมในป่าถวาย

พวกภิกษุทั้งหมดจึงได้จำพรรษาอยู่ ณ ที่นั้น

 

ในบรรดาช่างหูกเหล่านั้น หัวหน้าช่างหูกได้รับอุปัฏฐากภิกษุ ๒ รูป

ด้วยความยินดียิ่ง ส่วนช่างหูกคนอื่นๆ ได้ อุปัฏฐากภิกษุคนละรูป

ฝ่ายภรรยาหัวหน้าช่างหูก เป็นผู้ไม่มีศรัทธา

ไม่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เป็นมิจฉาทิฏฐิ

มีความตระหนี่ ไม่สนใจ ที่จะอุปถัมภ์ภิกษุเลย

ดังนั้น หัวหน้าช่างหูกจึงได้พาน้องสาวของภรรยามาอยู่ด้วย

เพราะนางเป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส

นางได้ปรนนิบัติภิกษุทั้งหลายด้วยความยินดียิ่ง

ช่างหูกทุกคนพร้อมภรรยาได้ถวายผ้าสาฎกแก่ภิกษุ

ผู้อยู่จำพรรษารูปละผืน ยกเว้นภรรยาของหัวหน้าช่างหูก

ซึ่งได้ด่าสามีของตนว่า

 

“ทานที่ท่านถวายแก่พวกพระสงฆ์ จะเป็นข้าว เป็นน้ำก็ดี

จงบังเกิดเป็นอุจจาระ ปัสสาวะ เป็นหนองและเลือดแก่ท่านในโลกหน้า

ผ้าสาฎกก็จงเป็นแผ่นเหล็กร้อนลุกโพลงเถิด”

 

ต่อมาหัวหน้าช่างหูกตายลง และไปเกิดเป็นรุกขเทวดาในป่า

ที่พวกพระมาปฏิบัติธรรม แต่ภรรยาที่ปากพล่อย

เมื่อตายแล้วไปเกิดเป็นนางเปรต

อยู่ไม่ไกลจากที่อยู่ของรุกเทวดาเท่าใดนัก