:: คติสอนใจและคำคมจากวัดสยามินทร์มังคลาราม >> โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า คนมีธรรมะในจิตใจย่อมระงับความโกรธและความโมโหไว้ได้ | วันนี้คุณได้ทำความดีแล้วหรือยัง ? ถ้ายัง...ฝึกทำความดีวันละหนึ่งเรื่อง ในหนึ่งปี คุณจะทำความดีได้สามร้อยกว่าเรื่อง ! | ความสุขที่เกิดจากการสนองตอบกิเลสตัณหา เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน...ความสุขที่ยั่งยืนคือ ความสุขที่เกิดจากการที่ เราสามารถ ระงับกิเลสจากความอยากได้อยากมี ที่ไม่จำเป็น ต่อการดำรงชีพ ... ::
Bookmark and Share Add to Favorites  
ข้อมูลเพิ่มเติม

ความหมายของ ธูป เทียน ดอกไม้

ธูป   สำหรับบูชาพระพุทธเจ้า  นิยมจุดครั้งละ  ๓  ดอก  หมายความว่า  พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายนั้น  พระองค์มีพระคุณมากมายสุดที่พรรณนาได้  แต่เมื่อจะย่อลงให้น้อยที่สุดก็เหลือเพียง  ๓  ประการ  คือ  ๑.  พระปัญญาคุณ  ๒.  พระบริสุทธิคุณ  ๓.  พระมหากรุณาธิคุณ    ดังนั้นธูปที่บูชาบนโต๊ะหมู่  จึงหมายถึงพระคุณทั้ง  ๓  ประการนี้  บรรดากลิ่นหอมทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก  ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นที่ยั่วยุกามารมณ์ให้กำเริบ  กลิ่นธูปเป็นกลิ่นที่น่าอัศจรรย์  คือเป็นกลิ่นหอมและกลิ่นอันสามารถทำจิตใจให้สงบได้  แต่กลิ่นของศีลนั้น  พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า  เป็นกลิ่นที่ทวนลมและเป็นกลิ่นตามลม  ที่เหล่าเทพยดาทั้งหลายทรงสรรเสริญและยกย่อง  แม้พระองค์ทรงดับขันธ์ปรินิพพานไปนานกว่า  ๒๕๐๐  ปีเศษ  กลิ่นแห่งศีลของพระองค์ก็ยังตรึงใจของเหล่าชาวพุทธอยู่ตลอดเวลา

เทียน   เทียนที่นิยมใช้จุดบูชานั้น  มี  ๒  เล่ม  เป็นอย่างน้อย  หมายความว่า  บรรดาคำสอนที่เป็น  “สัตถุศาสน์”  คือ  คำสอนของพระพุทธเจ้า  เมื่อแยกประเภทออกแล้วมีอยู่  ๒  ประเภทด้วยกัน  คือ

 ๑.   พระวินัย   สำหรับฝึกหัดกาย  วาจา  ให้เรียบร้อย

 ๒.  พระธรรม  สำหรับฝึกใจให้สงบเพื่อจะได้พบความสุข

      ดังนั้น  เทียน  ๒ เล่ม  จึงเป็นเครื่องหมายถึงพระธรรมวินัย  หรือ  ที่เราเข้าใจกันว่า  ศีลธรรมนั่นเอง  จะเป็นศีล  ๕ศีล  ๘ศีล  ๑๐ศีล  ๒๒๗ศีล  ๓๑๑  ก็ตาม  ล้วนแต่อยู่ในความหมายนี้  และอีกอย่างหนึ่ง เทียนนี้ท่านผู้รู้ได้เปรียบเหมือนมารดาและบิดาผู้ให้กำเนิดแก่บุตรธิดา  เพราะเทียนนั้นเมื่อจุดแล้วให้แสงสว่างแก่ผู้จุด  แต่เทียนนั้นก็ค่อย ๆ  หมดไปเหมือนมารดาและบิดาผู้เลี้ยงดูบุตรธิดาให้เติบโต  และให้ได้รับการศึกษาวิชาความต่าง ๆ  ส่วนสภาพ ร่างกายนั้นก็เหี่ยวแห้งลงตามลำดับ  ฉันใด  เทียนที่จุดแล้วให้ความแสงสว่าง  และตัวเองก็ค่อย ๆ  หมดไปฉันนั้น  พระธรรมไม่ว่าจะเป็นธรรมขั้นพื้นฐาน  ขั้นกลาง  หรือขั้นสูงสุด  ก็รวมอยู่ในความหมายนี้เช่นกัน  ผู้ที่จุดเทียนในที่มืดไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม  ย่อมจะทำที่นั้นให้สว่าง  สามารถมองเห็นทางเดินได้อย่างชัดเจน  ฉันใด  พระธรรมและพระวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ฉันนั้น  ผู้ใดทำให้เกิดมีขึ้นในใจมากเท่าใด  ก็จะเป็นแสงประทีปนำทางของผู้นั้นให้ได้พบความสว่างและความสงบ  มีปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างที่ไม่เคยมีปัญญาใด ๆ  ในโลกจะมาเทียบได้

       ดังนั้น  การบูชาทุกครั้งจึงต้องจุดเทียนก่อนเสมอ  เพื่อแสดงให้เห็นว่าศีลทุกคนจะต้องรักษาเพื่อดัด กาย  วาจา  ของตนให้ละเอียดประณีตขึ้น  และธรรมทุกคนจะต้องประพฤติเพื่อความอยู่เป็นสุขใจสังคมมนุษย์  อย่างน้อยที่สุดต้องมีความรักความเอ็นดู  ความสงสาร  และการไม่เบียดเบียนกันและกัน  โลกจึงจะสงบสุข  พบกับสันติภาพ

ดอกไม้   การนำดอกไม้มาบูชานั้นมีความหมายว่า  อันธรรมดาว่าดอกไม้นานาพันธุ์ที่เกิดอยู่ตามธรรมชาติ  ย่อมมีความสวยงามตามสมควรแก่สภาพของมัน  แต่พอบุคคลนำมากองไว้ปะปนกัน  โดยมิได้จัดให้มีระเบียบ  ย่อมไม่สวยงามไม่น่าดูไม่น่าชม  แต่ถ้านายมาลาการคือช่างดอกไม้  นำมาร้อยจัดสรรให้เป็นระเบียบเสียบไว้ในแจกัน  หรือใส่พานประดับแต่งให้มีระเบียบแล้ว  ย่อมจะแลดูสวยงาม  น่าดู  น่าชม  ข้อนี้ฉันใด  เหล่าพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์  คราวที่ท่านอยู่ครองฆราวาส  มีกิริยามารยาท  ทางกาย  วาจาและใจงามเหมาะสมตามควรแก่ตระกูลของตน  หยาบบ้าง  ประณีตบ้าง  ละเอียดบ้างอันไม่เท่ากัน  แบ่งชั้นวรรณะกันไปตามตระกูลวงศ์  มีอัธยาศัยต่าง ๆ  กันไป  เมื่อมีศรัทธาเลื่อมใสเข้ามาบวชรวมกันอยู่  ถ้าไม่มีระเบียบข้อวัตรปฏิบัติให้เป็นอันเดียวกันก็ไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ที่ นำมากองไว้  ไม่มีระเบียบ  ไม่น่า เลื่อมใส  ไม่น่าเคารพบูชาแก่ผู้ที่พบเห็น  ครั้นพระพุทธเจ้าผู้เป็นเสมือนนายช่างดอกไม้ผู้ฉลาด  พระองค์ได้ทรงวางระเบียบปฏิบัติคือ  พระธรรมและพระวินัยไว้เป็นแบบแผนปฏิบัติ  จัดสรรพระสงฆ์สาวกเหล่านั้น ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในระเบียบเดียวกัน จึงเกิดมีระเบียบเรียบร้อย น่าเคารพ  น่าเลื่อมใสศรัทธาแก่บรรดาผู้ที่ได้พบเห็นฉันนั้น ดอกไม้ที่เลือกสรรมาบูชานั้น  ชาวพุทธส่วนมากนิยมนำดอกไม้ที่มีคุณลักษณะที่ดีงามมาบูชา  คือเป็นดอกไม้ที่กำลังแรกแย้ม  มีกลิ่นหอม  และมีสีสวยสด  ไม่นิยมนำดอกไม้เหี่ยวแห้งมาบูชาหรือดอกไม้  ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์  เช่นดอกไม้ที่ทำด้วยพลาสติกเป็นต้น  เพราะเชื่อกันว่าผู้บูชาด้วยดอกไม้ที่มีสีสวยมีกลิ่น หอม  และเป็นดอกไม้แรกแย้มแล้ว  เมื่อคราวจะได้อะไร  ก็จะได้แต่ของที่ใหม่สดเสมอ  ไม่เป็นมือสองรองจากใคร  ดุจตาชูชกผู้มีอายุแก่คราวปู่ได้นางอมิตตา  ซึ่งเป็นสาวแรกรุ่นมาเป็นเมีย  ส่วนผู้ที่บูชาด้วยดอกไม้ ที่เหี่ยวแห้ง  เช่นดอกไม้ที่ทำด้วยสิ่งประดิษฐ์ด้วยพลาสติก  อาจมีสีสวยแต่ไม่มีกลิ่นหอม  เข้าทำนองที่ว่า  สวยแต่รูปจูบไม่หอม  ผู้นั้นเวลาจะได้อะไรก็มักจะได้ของที่ไม่ดี  ไม่สวยเป็นที่พอใจ  ตัวอย่างนางอมิตตาได้ ตาชูชก  ซึ่งแก่คราวปู่มาเป็นสามีอย่างไรก็ตาม  การบูชาด้วยดอกไม้นั้นนิยมนำดอกบัวตูมมาถวายพระหรือบูชาพระ  เพราะลักษณะคล้ายรูปหัวใจ  มีความหมายว่า  ดอกบัวนั้น  มีถิ่นกำเนิดในเปลือกตมไม่สะอาดแต่พอพ้นน้ำแล้วบาน สะพรั่งสวยงามเปรียบได้กับพระสงฆ์สาวกที่ออกจากเปลือกตม  คือ  กิเลส เบ่งบานด้วยรสพระธรรม  ตัดความอาลัยคือ  กามคุณห้าได้แล้ว เป็นพระอริยบุคคล  (การบูชาด้วยดอกบัวนั้น  จะให้มีความหมายที่ถูกต้องแล้ว  ต้องบูชาให้ครบ  ๘  ดอก  ซึ่งหมายถึง  พระอริยบุคคล  ๘  จำพวก  มีพระโสดาบันเป็นต้น)

สรุปได้ความว่า

ธูป  ๓  ดอก  ที่จุดบูชานั้น  หมายถึงพระพุทธคุณทั้ง  ๓  ประการ  คือ

๑.   พระปัญญาคุณ   (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เองโดยไม่มีใครสอน)

 ๒.  พระบริสุทธิคุณ  (ความบริสุทธิ์หมดจดสิ้นราคะ  โทสะ  และโมหะ)

 ๓.  พระมหากรุณาธิคุณ  (มีเมตตาสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งตามความเป็นจริง)

เทียน  ๒  เล่ม  หมายถึงจุดเพื่อบูชาคุณของศีลและธรรม  ซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดา  ที่พระองค์ทรงค้นพบด้วยปัญญาของพระองค์เอง

 ๑.   เทียนเล่มซ้ายมือผู้จุด  หมายถึงพระวินัยคือศีลทั้งหมด

 ๒.  เทียนเล่มขวามือผู้จุด  หมายถึงพระธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบแล้วทรงสั่งสอนหมู่มนุษย์และ เทวดาให้มีจิตใจอ่อนโยน

       เวลา จุดเทียนต้องจุดเล่มซ้ายมือของเราก่อน  เพราะหมายถึง  ศีลซึ่งกำจัดกิเลสอย่างหยาบ  ปรกติเมื่อจะทำบุญใด ๆ  (ทำความดี)  ก็ตามจะต้องรับศีล    การจุดเทียนเล่มขวามือของเรานั้น  หมายถึงพระธรรมอันเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด  และรักษาผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมมิให้ตกไปทางที่ชั่ว

ดอกไม้ที่นำมาบูชาพระบนโต๊ะหมู่นั้น  หมายถึงพระสงฆ์ที่ท่านออกจากบ้านเรือนมาบวชแล้วตั้งอยู่ในศีลธรรม  ทั้งที่เป็นพระอริยสงฆ์   และ พระกัลยาณะ สมมติสงฆ์  เมื่อเราทราบความหมายดังนี้แล้ว  จึงควรที่เราทั้งหลายมาช่วยกันรักษาและกราบไหว้ให้ถูกต้อง  และสั่งสอนบุตรหลานทั้งหลายให้เขาเข้าใจในความหมายเหล่านี้  เมื่อเขาเข้าใจดีแล้ว  ก็จะได้สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยาวนานสืบต่อไป  

อ้างอิงจาก  http://www.cosmicnirvana.com/home/modules/content/index.php?id=360

แสดงความคิดเห็น

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน
..เกิดเป็น เปรต เพราะปากเสีย... (1568) 50 ข้อคิดดีๆ ต่อมุมมองชีวิต (1631) การภาวนาคืออะไร ? (5459)
มรรค 8 (1476) นั่งวิปัสสนา (1042) บาปอยู่ที่เราไม่รู้จักพอ (886)